ลูกก้นแดง ขาหนีบแดง มักจะเกิดจาก แพ้ฉี่ หรือ แพ้แพมเพิส หรือเกิดจากการเสียดสีของแพมเพิส หรือการทำความสะอาดไม่ดีพอค่ะ แนะนำว่า
ใช้ครีม บีแพนเธน (Bepanthen) บางคนก็ใช้แป้งศรีจันทร์ แป้งโยคี แป้งนิวบอร์นทาก็ว่าดี บางคนก็ใช้วาสลีนทา แต่ต้องทาหลังซับแห้งก่อนนะคะ
ที่สำคัญ เวลาลูกอึฉี่ ใช้น้ำอุ่นล้างก่อน แล้วใช้ผ้านุ่มๆซับแห้งเบาๆนะคะ ผึ่งให้แห้งค่อยใส่แพมเพิสผืนใหม่ เวลาเค้าฉี่เต็มก็รีบเปลี่ยน ถ้าเป็นไปได้กลางวันไม่ต้องใส่ ใส่แต่กลางคืนค่ะ
วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
ดื่มน้ำมะพร้าวแล้วลูกจะผิวขาวจริงหรือ?
ดื่มน้ำมะพร้าวแล้วลูกจะผิวขาวจริงหรือ?
ดื่มน้ำมะพร้าวแล้วลูกออกมาผิวขาวจริงหรือ เรื่องนี้เป็นเพียงความเชื่อ ไม่ใช่ความจริง
ในน้ำมะพร้าวมีกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นไขมันไม่อิ่มตัว และไขมันอิ่มตัว
หญิงตั้งครรภ์ที่ดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำ ไขมันทั้งสองอย่างนี้จะทําให้การสร้างไขตัวเด็กได้สีค่อนข้างขาว เลยทำให้คนโบราณเชื่อว่า ดื่มน้ำมะพร้าวมากๆแล้วทำให้ทารกน้อยคลอดออกมาตัวสะอาด
แต่จริงๆแล้วทารกน้อยยังคงมีไขอยู่ตามปกติ น้ำมะพร้าวไม่ได้ล้างไขให้น้อยลงแต่อย่างใด
น้ำมะพร้าวมีส่วนประกอบที่ทำให้ไขมีสีอ่อนลงก็จริง แต่ไม่มีผลต่อสีผิวของทารกในครรภ์ การที่ลูกน้อยจะมีสีผิวขาว คล้ำ หรือชมพูนั้นขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์จากพ่อแม่ล้วนๆ
ดื่มน้ำมะพร้าวแล้วลูกออกมาผิวขาวจริงหรือ เรื่องนี้เป็นเพียงความเชื่อ ไม่ใช่ความจริง
ในน้ำมะพร้าวมีกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นไขมันไม่อิ่มตัว และไขมันอิ่มตัว
หญิงตั้งครรภ์ที่ดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำ ไขมันทั้งสองอย่างนี้จะทําให้การสร้างไขตัวเด็กได้สีค่อนข้างขาว เลยทำให้คนโบราณเชื่อว่า ดื่มน้ำมะพร้าวมากๆแล้วทำให้ทารกน้อยคลอดออกมาตัวสะอาด
แต่จริงๆแล้วทารกน้อยยังคงมีไขอยู่ตามปกติ น้ำมะพร้าวไม่ได้ล้างไขให้น้อยลงแต่อย่างใด
น้ำมะพร้าวมีส่วนประกอบที่ทำให้ไขมีสีอ่อนลงก็จริง แต่ไม่มีผลต่อสีผิวของทารกในครรภ์ การที่ลูกน้อยจะมีสีผิวขาว คล้ำ หรือชมพูนั้นขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์จากพ่อแม่ล้วนๆ
ดื่มน้ำมะพร้าวแล้วแท้งลูก จริงหรือ?
ดื่มน้ำมะพร้าวแล้วแท้งลูก จริงหรือ?
โบราณเชื่อว่า ดื่มน้ำมะพร้าวมากๆจะทำให้แท้งลูก ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย เพราะน้ำมะพร้าวประกอบด้วย ส่วนผสมหลักๆ 4 อย่างคือ น้ำ กรดไขมัน น้ำตาลจากธรรมชาติ และฮอร์โมนเอสโตเจน(estrogen)
โดยกรดไขมันนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวและไม่อิ่มตัว
ส่วนน้ำตาลก็ให้ความหวานและพลังงานแก่ร่างกาย
ส่วน ฮอร์โมนเอสโตรเจนนั้น เป็นฮอร์โมนก็จริงแต่มีปริมาณน้อยนิดจนไม่สามารถทำอันตรายให้เกิดการแท้งได้
ดังนั้นความเชื่อที่ว่า กินน้ำมะพร้าวแล้วทำให้แท้งลูกจึงไม่เป็นความจริง
โบราณเชื่อว่า ดื่มน้ำมะพร้าวมากๆจะทำให้แท้งลูก ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย เพราะน้ำมะพร้าวประกอบด้วย ส่วนผสมหลักๆ 4 อย่างคือ น้ำ กรดไขมัน น้ำตาลจากธรรมชาติ และฮอร์โมนเอสโตเจน(estrogen)
โดยกรดไขมันนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวและไม่อิ่มตัว
ส่วนน้ำตาลก็ให้ความหวานและพลังงานแก่ร่างกาย
ส่วน ฮอร์โมนเอสโตรเจนนั้น เป็นฮอร์โมนก็จริงแต่มีปริมาณน้อยนิดจนไม่สามารถทำอันตรายให้เกิดการแท้งได้
ดังนั้นความเชื่อที่ว่า กินน้ำมะพร้าวแล้วทำให้แท้งลูกจึงไม่เป็นความจริง
ดื่มน้ำมะพร้าวล้างไข ล้างได้จริงหรือ?
ดื่มน้ำมะพร้าวล้างไข ล้างได้จริงหรือ?
เรามักได้ยินได้ฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับความเชื่อของคนโบร่ำโบราณมาว่า ถ้าให้คนท้องดื่มน้ำมะพร้าวจะช่วยล้างไขให้ลูกน้อยได้ โดยคนโบราณมีความเชื่อว่า ถ้าให้หญิงตั้งครรภ์ดื่มน้ำมะพร้าวทุกวัน จะช่วยให้ลูกน้อยคลอดออกมาเนื้อตัวสะอาดสะอ้านปราศจากไข
แต่จริงๆแล้วก็ไม่เกี่ยวกันเลย ไขที่มากับตัวเด็กตอนคลอด เป็นสิ่งที่จะต้องมีตามธรรมชาติอยู่แล้ว ส่วนประกอบของน้ำมะพร้าวก็ไม่มีสิ่งใดที่จะช่วยกำจัดไขไปได้ เลย หากหญิงตั้งครรภ์ดื่มน้ำมะพร้าว คงช่วยเพียงให้ความหวานและให้ความสดชื่น ก็เท่านั้นเอง
เรามักได้ยินได้ฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับความเชื่อของคนโบร่ำโบราณมาว่า ถ้าให้คนท้องดื่มน้ำมะพร้าวจะช่วยล้างไขให้ลูกน้อยได้ โดยคนโบราณมีความเชื่อว่า ถ้าให้หญิงตั้งครรภ์ดื่มน้ำมะพร้าวทุกวัน จะช่วยให้ลูกน้อยคลอดออกมาเนื้อตัวสะอาดสะอ้านปราศจากไข
แต่จริงๆแล้วก็ไม่เกี่ยวกันเลย ไขที่มากับตัวเด็กตอนคลอด เป็นสิ่งที่จะต้องมีตามธรรมชาติอยู่แล้ว ส่วนประกอบของน้ำมะพร้าวก็ไม่มีสิ่งใดที่จะช่วยกำจัดไขไปได้ เลย หากหญิงตั้งครรภ์ดื่มน้ำมะพร้าว คงช่วยเพียงให้ความหวานและให้ความสดชื่น ก็เท่านั้นเอง
กินเบียร์ล้างไข เรื่องเข้าใจผิดที่ทำร้ายลูกน้อย?
กินเบียร์ล้างไข เรื่องเข้าใจผิดที่ทำร้ายลูกน้อย?
มีคุณแม่บางท่านมีความเชื่อว่า กินเบียร์ขณะตั้งครรภ์ จะช่วยล้างไขเด็กได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง เบียร์ เป็นอันตรายกับเด็กมากกว่าเป็นประโยชน์ เพราะ เบียร์ มีฤทธิ์กดประสาท จึงออกฤทธิ์กดสมองลูกน้อยในครรภ์ จึงห้ามกินเด็ดขาด เด็กคลอดออกมาเป็นเด็กง่วงซึม หลับตลอด เหมือนคนเมา และอาจติดเบียร์ โดยเด็กจะมีอาการเป็นเด็กหงุดหงิด และมีอาการเหมือนคนติดเหล้า ดังนั้นคุณแม่ที่ตั้งครรภ์จึงไม่ควรกินเบียร์เพื่อล้างไขอีกต่อไป
มีคุณแม่บางท่านมีความเชื่อว่า กินเบียร์ขณะตั้งครรภ์ จะช่วยล้างไขเด็กได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง เบียร์ เป็นอันตรายกับเด็กมากกว่าเป็นประโยชน์ เพราะ เบียร์ มีฤทธิ์กดประสาท จึงออกฤทธิ์กดสมองลูกน้อยในครรภ์ จึงห้ามกินเด็ดขาด เด็กคลอดออกมาเป็นเด็กง่วงซึม หลับตลอด เหมือนคนเมา และอาจติดเบียร์ โดยเด็กจะมีอาการเป็นเด็กหงุดหงิด และมีอาการเหมือนคนติดเหล้า ดังนั้นคุณแม่ที่ตั้งครรภ์จึงไม่ควรกินเบียร์เพื่อล้างไขอีกต่อไป
ไขคืออะไร?
ไขคืออะไร?
ไขที่เคลือบตัวทารกแรกเกิดคืออะไร และจำเป็นต้องมีหรือไม่ คำตอบก็คือทารกเมื่อแรกเกิดต้องมีไขกันทุกคน เป็นเรื่องปกติ ทารกแรกเกิดทุกคนย่อมมี “ไข” เคลือบผิว ไขไม่ใช่สิ่งเลวร้าย ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกำจัด การที่เด็กลอยในน้ำคร่ำ 9 เดือน โดยผิวไม่เปื่อยไม่ยุ่ย ก็เพราะมีไขเคลือบผิวไว้ ดังนั้น เราจะกำจัดไขไปเพื่ออะไร ไขช่วยหล่อลื่นให้คลอดง่าย ช่วยให้เด็กเคลื่อนลงตามช่องทางคลอดได้ง่าย ไขจึงเป็นของดี ไม่ใช่ของเสีย จึงไม่จำเป็นต้องกำจัดไข เมื่อคลอดออกมาพยาบาลก็เป็นผู้ทำความสะอาดเด็ก เช็ดไขออกให้จนหมดเกลี้ยง จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องกำจัดไข ไม่ว่าจะด้วยวิธีกินน้ำมะพร้าว กินเบียร์หรือวิธีอื่นใด
ไขที่เคลือบตัวทารกแรกเกิดคืออะไร และจำเป็นต้องมีหรือไม่ คำตอบก็คือทารกเมื่อแรกเกิดต้องมีไขกันทุกคน เป็นเรื่องปกติ ทารกแรกเกิดทุกคนย่อมมี “ไข” เคลือบผิว ไขไม่ใช่สิ่งเลวร้าย ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกำจัด การที่เด็กลอยในน้ำคร่ำ 9 เดือน โดยผิวไม่เปื่อยไม่ยุ่ย ก็เพราะมีไขเคลือบผิวไว้ ดังนั้น เราจะกำจัดไขไปเพื่ออะไร ไขช่วยหล่อลื่นให้คลอดง่าย ช่วยให้เด็กเคลื่อนลงตามช่องทางคลอดได้ง่าย ไขจึงเป็นของดี ไม่ใช่ของเสีย จึงไม่จำเป็นต้องกำจัดไข เมื่อคลอดออกมาพยาบาลก็เป็นผู้ทำความสะอาดเด็ก เช็ดไขออกให้จนหมดเกลี้ยง จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องกำจัดไข ไม่ว่าจะด้วยวิธีกินน้ำมะพร้าว กินเบียร์หรือวิธีอื่นใด
7 วิธีรับมืออาการแพ้ท้องให้อยู่หมัด
7 วิธีรับมืออาการแพ้ท้องให้อยู่หมัด
เมื่อตั้งครรภ์อ่อนๆ คุณแม่ก็เริ่มไม่สุขสบายกับอาการแพ้ท้อง จนอาจจะมีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ดังนั้นเรามาเตรียมรับมืออาการแพ้ท้องให้อยู่หมัดกันไปเลย เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งส่งคุณแม่เข้านอนกันเลยทีเดียว
1 ตื่นนอนใหม่ๆให้นอนลืมตาสักพัก จึงค่อยๆลุกนั่งสักครู่ แล้วค่อยลุกขึ้นยืน เพื่อป้องกันอาการเวียนศีรษะ แล้วจะส่งผลให้คุณแม่ไปทำงานไม่ไหว
2 ตอนเช้าจิบเครื่องดื่มอุ่นๆ เช่นน้ำขิง น้ำมะนาว น้ำสมุนไพรกลิ่นที่คุณแม่ชื่นชอบ พร้อมขนมปังกรอบๆจะช่วยให้สบายท้อง ลดอาการคลื่นไส้อาเจียน
3 อาบน้ำ แปรงฟัน สระผม ให้หลีกเลี่ยงสบู่ ยาสีฟัน แชมพู แป้ง หรือเครื่องสำอางที่มีกลิ่นรบกวน เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสมุนไพร จะช่วยให้คุณแม่สบายกายสบายใจมากขึ้น
4 ทานอาหารน้อยๆแต่บ่อยๆครั้ง โดยแบ่งเป็นมื้อเล็กๆ ประมาณ 4 - 6 มื้อ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เพราะจะทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร และจะส่งผลให้คุณแม่แสบร้อนยอดอก หรือ คลื่นไส้อาเจียนได้
5 งีบสักหน่อยตอนบ่ายๆ การงีบประมาณ ครึ่งชั่วโมงตอนบ่ายๆจะช่วยให้คุณแม่สดชื่น และลดอาการอ่อนเพลีย สามารถสู้กับงานช่วงบ่ายได้
6 ก่อนนอนไม่ควรท้องว่าง ให้จิบนม หรือ เครื่องดื่มอุ่นๆที่ชอบกับขนมปังกรอบ จะช่วยให้อุ่นท้องหลับสบาย
7 นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง ไม่ควรนอนดึก
เพียงเท่านี้คุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้อง ก็จะสุขสบายขึ้นมาก อาการแพ้ท้องจะอยู่กับคุณแม่ประมาณ 4 เดือน จากนั้นอาการแพ้ท้องนี้ก็จะหายไปเป็นปลิดทิ้ง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)