วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2558

รวมชื่อเล่น ก.ไก่

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

รวมชื่อเล่น ก.ไก่

กะ
กะลา
กะทิ
กะเพรา
กระทิง

กัน
กันกัน
กันเนอร์
กันนี่
กัมมี่
กัง
กังเปียะเหาะ
กังฟู
กังสดาล


ก๋วย
ก๋วยเตี๋ยว
ก๋วยจั๊บ
ก๋วยจี๊
กวง
กวงตัง
กวน
ก๊วน


รวมชื่อเล่น ก.ไก่


กา
ก่าก๊า
ก๊าก
กาน
กานต์
กานท์
ก้าว
ก้าวไป
ก้าวหน้า


กิ
กิเลน
กิกิ
กิริน
กินรี
กินี
กิม
กิมจู
กิมลั้ง
กิ๋ม
กิ๋ง
กิ๊บ
กิ๊บเก๋
กิ๊บซี่
กิ๊บซ่า
กิต
กิตติ
กิจ
กริช
กริ๊สซี่
กริบ
กริ่ง
คมกริบ
กิ๊ก
กิ๊กกี๋


รวมชื่อเล่น ก.ไก่


กี
กีร์ต้า
กีรติ
กีกี้
กรี๊ด
กรี๊ดกร๊าด

กุน
โชกุน
กุมภ์
กุมมือ
กุง
กุ๊ก
กุ๊กกุ๊ก
กุ๊กกิ๊ก
กุ๊บกิ๊บ
กุ๊กกู๋
กุ้ง
กุ๊ง
กุ๊งกิ๊ง
กุ๋งกิ๋ง
กรุบกริบ
กรุ๊ป
กรุ้มกริ่ม


รวมชื่อเล่น ก.ไก่

กูเกิล
กูรู
กู๋
อากู๋
กู๊ด
กู๊ดเก๋
กรูฟ


เกมส์
เกรด
เกรซ
เกรท
เกรป
เกท
เก็ต
เก็ท
เก็จ
เกศ
เกตุ
เก็บ
เก๋
เก๊เก๋
เก่ง
เก่งจัง
เก้ง
เก๋กู๊ด
เกม
เกาลัด
เกาทัณฑ์
เก๋า
เก๋าเก๋า
เก้า
ปลาเก๋า
เก๋าเกมส์
ฮะเก๋า


รวมชื่อเล่น ก.ไก่

แก๊ก
แก้
แก้ม
แก้มป่อง
แก้มยุ้ย
แก๊งค์

โก
โกโก
โกฮับ
โกงเฮง
โกรท
โกโก้
โก้
โก๋
จิ๊กโก๋


ไก
ไกเดอร์
เคมูไก
ไกเซอร์
ไก่
ไก๊ไก่
ไกรป์

รวมชื่อเล่น ก.ไก่

กอ
กอไผ่
ก่อ
ก่อการดี
กอท
กอด
ก้อง
ก้องโลก
ก้องหล้า
ก้องไพร

รวมชื่อเล่น ก.ไก่ โดย คุณแม่มือใหม่ Lovely mom
ลิงค์บทความ https://yingpreg.blogspot.com/2015/09/blog-post_68.html

รวมชื่อเล่น ป ปลา


การตั้งชื่อเล่นให้ลูกน้อย บางทีก็เล่นเอาคุณพ่อคุณแม่เวียนหัวกันเลยทีเดียว วันนี้ "คุณแม่ไอที" เลยรวบรวมชื่อเล่น ป ปลา มาฝากกันค่ะ


รวมชื่อเล่น ป ปลา 

ปัณณ์
ปัณณ์ ปัณณ์
ปังไหนอ่ะ
ปังปอนด์
ปังปัง
ปัง
ปั๋ง
ปัด, ลูกปัด
ปัดโธ่
ปัทม์
ปัส
ปันปัน
ปั่น
ปั้น
ข้าวปั้น
ปั๊ม
ปฐพี
ปฐวี
ปฐวีร์


รวมชื่อเล่น ป ปลา 


ปา
ป่า
ป๋า
ปาไซ
ปาน
ปาม
ปาง
ป้าง
ป๊าด
ปาล์ม
ปาย
ปาปริก้า
ปราดเปรื่อง
ปราชญ์
ปาปริก้า
ปาตี้
ปาร์ตี้
ปาแปง
ปลา
ปลาวาฬ
ปลาโลมา
ปลาฉลาม
ปลาย
ปลายฟ้า
ปลาบปลื้ม
ปราชย์
ปราบ
ปราบปราม


รวมชื่อเล่น ป ปลา 


ปิงปอง
ปิง
ปิงปิง
ปิน
ปินปิน
ปิ๋ม
ปริม
ปริม
ปิโกะ
ปิ้ง
ปิ๊ง
ปิกนิค
ปิ๊ก
ปริ๊นซ์(เจ้าชาย)
ปริ๊นเซส(เจ้าหญิง)


รวมชื่อเล่น ป ปลา 

ปี
ปีดี
ปีโป้
ปีใหม่
ปรี๊ด
ปรีด์
ปรีดี
ปรีด์เปรม


รวมชื่อเล่น ป ปลา 

ปึกเตียน
ปึกแผ่น
ปึ้ก

ปืน
ปื๊ด
ปลื้ม
ปลื้มปริ่ม

ปอ
ปอปอ
ปอเช่
ปอร์เช่
ปอร์โต้
ปอเปี๊ยะ
ป้อ
(กะ)ป๊อ
ป๋อ
ปอง
ปองใจ
ปองคุณ
ป๊อบ
เพลงป๊อบ
ป้อง
ปกป้อง
ป๋องแป๋ง
ป๋องแป้ง
ปอมปอม
ป๊อกแป๊ก
ป๋อมแป๋ม
ปอม
ปอมปอม
ป้อม
ป๋อม
ป๊อบ
ป๊อบอาย
ป๊อบคอร์น
ป้อก
ป้อกป้อก
ป๊อกกี้
ปอนด์
ป๊อด
ปรองดอง

รวมชื่อเล่น ป ปลา 


ปุ๊
ปุก
ปุ๊กลุก
ปุ๊กปิ๊ก
ปุ๊บปั๊บ
ปุ้ม
ปุ้ย
ปุ้มปุ้ย
ปุณ
ปุญ
ปุน
ปุ้น
ข้าวปุ้น
ปุ้ม

ปุ๋ม

ปู
ปูนา
ปูนิ่ม
ปูน
ปูนปั้น
ปู๊นปู๊น


รวมชื่อเล่น ป ปลา 


โปร
โปรกอล์ฟ

(มือ)โปร
โปรด
โปรดปราน
โปเกม่อน
โป้ง
โป้งป้าง
อาโป
โปโล
โป๊กเกอร์
โป๊กกี้

เปโกะ (ชื่อตุ๊กตาญี่ปุ่น)
เปรม
เปรมา
เปรมมี่
เปรมใจ
เปรมปรีด์
เปเป้
เป้
เป้ง
เป๋ง
เป็น
หน้าเป็น
เป็นต่อ
เป็นใจ
เปปเปอร์(พริกไทย)
เปอร์เช่
เปอร์โย
เป้ง
เปี๊ยก
เปรียว
เป๊ก
เป๊กกี้
เป้อ
เปียร์
เป็กซ์
เปาว์
เป้า
เป๋า
เป๋าตุง
เป๋าตังค์
(อั่ง)เปาว์
เปิ้ล
แอ๊บเปิ้ล
เอสเปรสโซ่

แป
แปร้
แป๋ม
แป๋ง
แป้น
แป้ง
แป้งร่ำ
แป้งฝุ่น
แป้งโด
แป้นแร้น
แป้นแล้น
เจแปน


รวมชื่อเล่น ป ปลา 


เปียว
ปั้น
ปิก้า
ปอโท
ปั๊ม
ปาทู
ปิ๊กเน่

โป้ โปจิ ポジ
โปรด
โปรดปราน
โป๊ะเชะ
โปรด
โปร
โปเตโต้
โปเต้

โปแลนด์
โป๊บ
โป๊ป

ไป
ไปรมา
ไปรยา
ไป๊
ไป๊ท์
ไปร์ท


รวมชื่อเล่น ป ปลา โดย คุณแม่มือใหม่ Lovely mom

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2558

การดูแลเด็กเจ็บป่วยในหน้าฝน

การดูแลเด็กเจ็บป่วยในหน้าฝน
เด็กป่วยหน้าฝน ก็สงสัยมากที่สุดคือ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ และ ไข้เลือดออก ประมาณนี้จ้ะ ส่วนถ้าพูดตามประสบการณ์ที่เลี้ยงไอ้สามตัวมาก็คือ อาบน้ำเย็นไม่ได้เลย ต้องอาบน้ำอุ่นตลอด ไม่ว่าจะหน้าฝน หน้าหนาว หน้าร้อน เคยลองให้อาบน้ำเย็นจะเป็นไข้ทันที ส่วนน้องเจมส์บอนด์ตัวเล็ก ถ้ากินหรืออมน้ำแข็ง จะคอแดงและเป็นไข้ทันที จนปัจจุบันนี้ก็ยังเป็น คุณแม่ลองสังเกตดูนะ ถ้าไงก็ลองต้มน้ำให้อาบ หรือติดเครื่องทำน้ำอุ่นก็ได้จ้ะ อย่าให้เล่นน้ำฝน หรือตากฝน กลางคืนถ้าชอบนอนดิ้น ถีบผ้าห่ม ก็ให้ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวแทนจ้ะ ลองดูนะ


ส่วนถ้าเป็นไข้หวัดก็จะมีไข้ ไอ เสมหะ ขี้มูก เจ็บคอ ถ้าหนักมากๆก็หอบจ้ะ วิธีดูแลก็คือ เช็ดตัว กินยาลดไข้ ยาแก้หวัดที่หมอให้ ห้ามไอจามรดกัน ถ้านอนห้องเดียวกัน ก็จะติดกันไปติดกันมา วนเวียนอยู่อย่างนั้น ต้องใส่หน้ากากอนามัยให้คนไข้ สอนว่าอย่าไอจามรดกัน อย่าเอามือเช็ดขี้มูก หรือ อย่าใช้มือปิดปากเวลาไอ ให้ใช้ไหล่ตัวเองปิดแทน หรือใช้กระดาษทิชชู่ปิดแทน อาหารการกินก็ให้กินอาหารอ่อนย่อยง่าย อาหารที่ไม่มัน เพราะจะกระตุ้นให้ไอได้ ถ้ากินอะไรมันๆ ไข้หวัดถ้าอาการหนักก็อาจถึงขั้นปอดบวม ต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อฉีดยากันเลยทีเดียว


ถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่ก็จะคล้ายไข้หวัด แต่หนักกว่า และจะครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดเมื่อย เด็กจะโยเยงอแงกว่าปกติมาก แต่ถ้าไข้สูงมากก็จะซึม ตาปรือ ลืมตาไม่ขึ้น ปวดหัว ถ้าไข้สูงมากๆ ก็อาจจะชักได้ ต้องระวังให้ดีค่ะ ก็กินยาตามหมอสั่ง เช็ดตัวบ่อยๆ เวลาเช็ดตัวเด็กจะโยเย ก็ต้องทั้งขู่ทั้งปลอบแหละจ้ะ ต้องเช็ดหรือป้อนพารา เพื่อไม่ให้ชัก เด็กถ้าได้ชักแล้ว ต้องกินยากันชักหลายปี สมองก็จะไม่ค่อยดีด้วย


ส่วนไข้เลือดออกนี่อันนี้แหละน่ากลัว จะมีอาการไข้สูงลอย ทานยาลดไข้ ไข้ก็ไม่ค่อยลง มีอาการหน้าแดง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ อาจมีปวดท้องคลื่นไส้อาเจียน มักมีจุดเลือดออกหลังจากมีไข้ 3-4 วัน ดังนั้นกรณีที่มีไข้สูงลอย หน้าแดง ให้รีบไปพบหมอโดยด่วน ก่อนที่จะเข้าสู่ภาวะช็อค

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การดูแลตนเองเมื่อพบว่ามีภาวะน้ำคร่ำน้อย

การดูแลตนเองเมื่อพบว่ามีภาวะน้ำคร่ำน้อย 
โดย รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง ประนอม บุพศิริ
สูตินรีแพทย์
น้ำคร่ำคืออะไร
น้ำคร่ำ (Amniotic fluid) บางครั้งเรียก น้ำทูนหัวทารก เป็นของเหลวที่อยู่ในถุงน้ำคร่ำ/ถุงที่เป็นที่อยู่ของทารกในครรภ์

ภาวะน้ำคร่ำน้อย หมายถึง
ในการตั้งครรภ์ปกติ จะมีน้ำคร่ำประมาณ 800-1,000 มิลลิลิตร ที่ขณะตั้งครรภ์ประมาณ 37 สัปดาห์ และจะลดลงเรื่อยๆเมื่อครบกำหนดคลอด ความหมายของ “ภาวะน้ำคร่ำน้อย (Oligohydramnios)” คือ ภาวะที่มีน้ำคร่ำน้อยกว่า 500 ซีซี (CC./Cubic centimeter)

การดูแลตนเองเมื่อพบว่ามีภาวะน้ำคร่ำน้อย คือ
1 ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และพยาบาล
2 พบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
3 รับประทานอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบถ้วน เพียงพอ
4 พักผ่อนให้เพียงพอ
5 สังเกตและนับการดิ้นของทารกในครรภ์ ว่ามีความผิดปกติอย่างไร ถ้าพบผิดปกติไปจากเดิม ควรต้องรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัด
6 งดดื่มเหล้า และ งดสูบบุหรี่
7 รักษา ควบคุมโรคประจำตัว ให้ได้อย่างดี

ขอบคุณและคลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่
http://haamor.com/th/#article108

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2558

นมใหญ่นมเล็ก... เกี่ยวหรือไม่กับปริมาณน้ำนม

มีหลายคนสงสัยว่า ขนาดของเต้านมมีความสัมพันธ์กับปริมาณน้ำนมที่จะให้ลูกดูดหรือไม่ มาดูคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ รศ.นพ.พฤหัส จันทร์ประภาพ  จากภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา  คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กันค่ะ


ใหญ่เล็ก... เกี่ยวหรือไม่กับปริมาณน้ำนม

รศ.นพ.พฤหัส จันทร์ประภาพ
ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

บทนำ
            น้ำนมของแม่ เราต่างก็รู้ว่าเป็นอาหารชั้นยอดของทารกที่จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตทั้งร่างกายและสติปัญญา และหนึ่งในข้อสงสัยยอดฮิตของหลาย ๆ ท่านคือ ขนาดของเต้านมมารดาจะมีผลต่อปริมาณน้ำนมหรือไม่ ซึ่งคำถามนี้คงทำให้สุภาพสตรีจำนวนมากเป็นกังวล วันนี้มีคำตอบไปติดตามให้หายข้องใจกันเลยครับ

“น้ำนม” มาจากไหนนะ
            โดยพื้นฐานแล้ว น้ำนมจะถูกสร้างและผลิตมาจากเซลล์ที่บุอยู่ภายในกระเปาะเล็ก ๆ ของเนื้อเต้านม ซึ่งเซลล์เหล่านี้ได้รับการหล่อเลี้ยงจากเส้นเลือดบริเวณหน้าอก น้ำนมที่ผลิตได้ทีละเล็กละน้อยจะถูกเก็บสะสมไว้ภายใน ขณะที่คุณแม่ให้นมลูกน้ำนมที่เก็บไว้จะถูกขับออกมาจากกระเปราะผ่านไปตามท่อน้ำนมและไหลออกมาทางหัวนมให้ลูกได้ดื่ม โดยในน้ำนมแม่นั้นประกอบไปด้วยสัดส่วนของไขมันสูงกว่า แต่มีส่วนที่เป็นโปรตีนน้อยกว่านมวัย ซึ่งเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับทารกเนื่องจากไขมันเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาสมองและระบบประสาทของทารก โดยเฉพาะในช่วงขวบปีแรก ส่วนโปรตีนนั้นยังไม่ได้มีความจำเป็นต่อทารกมากนัก และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทารกแพ้โปรตีนที่ได้จากนมวัวอีกด้วย ดังนั้นความเข้าใจที่เมื่อตั้งครรภ์ควรดื่มนมวัวเยอะ ๆ จึงไม่มีจำเป็น และบางทีอาจเป็นสาเหตุไปกระตุ้นให้ทารกแพ้โปรตีนจากนมวัวได้อีกด้วย
             * เมื่อคุณแม่คลอดในช่วง 3 ถึง 5 วันแรก ที่เรียกว่าจะมีน้ำนมเหลือง “คอลอสตรัม” ที่มีสีเหลือง ซึ่งยังอุดมไปด้วยสารภูมิคุ้มกันโรคที่จะช่วยป้องกันโรคให้แก่ทารกแรกเกิด

จริงหรือไม่ ปริมาณน้ำนมขึ้นอยู่กับขนาดเต้านม
            ไม่จริงครับ เพราะนมแม่เป็นต่อมชนิดหนึ่งเหมือนต่อมเหงื่อ แบ่งเป็นกลีบประมาณ 10–15 กลีบ ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือ
          -ส่วนที่เป็นต่อมและท่อ ซึ่งมีหน้าที่หลักในการผลิตและลำเลียงน้ำนม
          -ส่วนที่เป็นเนื้อเยื่อข้างเคียง และทำหน้าที่เหมือนเป็นโครงช่วยประสานให้ส่วนของต่อมและท่อเกาะกลุ่มกันเป็นรูปทรง เป็นส่วนที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งขนาดของเต้านมจะใหญ่หรือเล็กก็เนื่องมาจากส่วนเนื้อเยื่อไขมันเหล่านี้ ซึ่งไม่ได้มีผลต่อการสร้างปริมาณน้ำนมแต่อย่างใด

แล้วอะไรล่ะที่มีผลกับปริมาณน้ำนม
            จริง ๆ แล้วสิ่งที่มีผลต่อปริมาณน้ำนมที่แม่ผลิต คือ “โปรแลคติน”ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญที่กระตุ้นให้เซลล์ผลิตน้ำนมออกมา ฮอร์โมนตัวนี้ผลิตขึ้นที่ต่อมใต้สมองของคุณแม่ และจะหลั่งออกมาในปริมาณมากขณะตั้งครรภ์ และจะลดปริมาณลงทันทีหลังคลอด อย่างไรก็ตามระดับโปรแลคตินนี้จะเพิ่มสูงขึ้นทันที หลังคุณแม่ให้ลูกดูดนม และลดลงอย่างรวดเร็วหลังให้นมเสร็จ ดังนั้นคุณแม่ที่ให้ลูกดูดนมบ่อย ๆ ก็เท่ากับเป็นการกระตุ้นการหลั่งโปรแลคติน นั่นเอง

            “นมแม่”อุดมไปด้วยสารอาหาร แร่ธาตุ ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของทารกและง่ายต่อการดูดซึม และยังมีส่วนที่ออกฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย รวมถึงสารภูมิคุ้มกันโรคที่ถ่ายทอดจากแม่ไปสู่ลูก”เปรียบเสมือนวัคซีนนั่นเอง”

            ในทางตรงข้ามคุณแม่ที่ไม่ได้ให้ลูกดูดนมอย่างต่อเนื่อง หรือมีความเครียดสูง ก็จะส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมนโปรแลคตินเช่นกัน ดังนั้นปริมาณน้ำนมที่ผลิตจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความถี่ในการกระตุ้นเป็นสำคัญ ซึ่งอาจมาจากทารกดูดเองจากเต้าหรือจากคุณแม่บีบกระตุ้น เพื่อเก็บน้ำนมเองก็ได้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการให้นมแม่
           1.ด้านคุณแม่ ลักษณะหัวนม เช่น หัวนมสั้นหรือบอดบุ๋ม มีลานหัวนมตึง ทำให้ทารกดูดนมได้ลำบาก ความเครียด หรือวิตกกังวลในการเลี้ยงลูก ทำให้พักผ่อนไม่พอเพียง รวมถึงมีสุขภาพส่วนตัวที่ไม่ดีอยู่ก่อน เช่น เป็นโรคหัวใจ หรือโรคไตวายเรื้อรัง เป็นต้น

           2.ด้านลูก ทารกอมหัวนมไม่ถูกต้อง เนื่องจากไม่ได้รับการฝึกที่ถูกต้อง ทารกบางคนมีพังผืดใต้ลิ้น ซึ่งอาจต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขดูแลเป็นพิเศษ

           3.ด้านครอบครัวและสังคม คุณแม่ที่เพิ่งคลอดควรได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากสมาชิกในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อหรือสมาชิกคนอื่น ๆ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ส่วนทางสังคมไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานหรือชุมชน ควรส่งเสริมหรือให้ความสำคัญกับการเลี้ยงลูกด้วยนม เช่นจัดหามุมให้นมแม่ หรือห้องสะอาดสำหรับเก็บน้ำนมในที่ทำงาน เป็นต้น การที่ลูกได้รับน้ำนมแม่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคุณแม่จะกลับไปทำงานแล้วจะช่วยให้ลูกแข็งแรงและไม่ป่วยบ่อย ซึ่งมีผลต่อการทำงานของคุณแม่อย่างมาก

เคล็ดลับการสร้างน้ำนม
            มีการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ ซึ่งยืนยันได้ว่าการรับประทานอาหารของคุณแม่มีผลโดยตรงกับการผลิตน้ำนม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพบว่าอาหารพื้นบ้าน เช่น แกงเลียง ยำหัวปลี ช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างปริมาณน้ำนมเพิ่มขึ้น

*การรับประทานยาที่ช่วยขับน้ำนมนั้น มีความจำเป็นน้อยและไม่ควรซื้อมารับประทานเอง ยกเว้นในบางกรณีซึ่งควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

           การให้นมแม่ ถือเป็นช่วงเวลาที่คุณแม่และลูกได้สัมผัสกันอย่างแนบชิด ซึ่งทำให้เกิดความรักความผูกพัน การกอดลูกขณะให้นมแม่นั้น ถือเป็นการกระตุ้นระบบประสาทของทารกที่มีประสิทธิภาพสูงมาก และทำให้ทารกมีพัฒนาการที่เร็วกว่าทารกที่ไม่ได้รับการกระตุ้น

          หากเปรียบลูกคือ สิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติมอบให้กับคุณพ่อและคุณแม่ น้ำนมก็คงจะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการดูแลรักษาสิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติมอบมาให้เช่นกันครับ.

ที่มา
http://www.si.mahidol.ac.th/th/department/obstretrics_gynecology/dept_article_detail.asp?a_id=769

วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การฝากครรภ์

แอดมินขอยืนยันว่า การตั้งครรภ์ต้องฝากท้องตั้งแต่ทราบว่าตั้งครรภ์ค่ะ

คนที่ไม่ฝากแล้วไม่เป็นอะไรถือว่า โชคเข้าข้างค่ะ เหมือนถูกล็อตเตอรี่

แต่ที่ถูกต้อง ต้องไปฝากค่ะ เพื่อดูแลลูกให้ดีตั้งแต่อยู่ในท้องค่ะ มันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องตรวจ ต้องบำรุง ต้องดูแล เพื่อให้เด็กเกิดรอดแม่ปลอดภัยค่ะ

ย้ำต้องฝากท้องค่ะ

วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ลูกก้นแดง ขาหนีบแดง ทำไงดี

ลูกก้นแดง ขาหนีบแดง มักจะเกิดจาก แพ้ฉี่ หรือ แพ้แพมเพิส หรือเกิดจากการเสียดสีของแพมเพิส หรือการทำความสะอาดไม่ดีพอค่ะ แนะนำว่า

ใช้ครีม บีแพนเธน (Bepanthen) บางคนก็ใช้แป้งศรีจันทร์ แป้งโยคี แป้งนิวบอร์นทาก็ว่าดี บางคนก็ใช้วาสลีนทา แต่ต้องทาหลังซับแห้งก่อนนะคะ

ที่สำคัญ เวลาลูกอึฉี่ ใช้น้ำอุ่นล้างก่อน แล้วใช้ผ้านุ่มๆซับแห้งเบาๆนะคะ ผึ่งให้แห้งค่อยใส่แพมเพิสผืนใหม่ เวลาเค้าฉี่เต็มก็รีบเปลี่ยน ถ้าเป็นไปได้กลางวันไม่ต้องใส่ ใส่แต่กลางคืนค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ดื่มน้ำมะพร้าวแล้วลูกจะผิวขาวจริงหรือ?

ดื่มน้ำมะพร้าวแล้วลูกจะผิวขาวจริงหรือ?
ดื่มน้ำมะพร้าวแล้วลูกออกมาผิวขาวจริงหรือ เรื่องนี้เป็นเพียงความเชื่อ ไม่ใช่ความจริง 

ในน้ำมะพร้าวมีกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นไขมันไม่อิ่มตัว และไขมันอิ่มตัว  

หญิงตั้งครรภ์ที่ดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำ  ไขมันทั้งสองอย่างนี้จะทําให้การสร้างไขตัวเด็กได้สีค่อนข้างขาว เลยทำให้คนโบราณเชื่อว่า ดื่มน้ำมะพร้าวมากๆแล้วทำให้ทารกน้อยคลอดออกมาตัวสะอาด 

แต่จริงๆแล้วทารกน้อยยังคงมีไขอยู่ตามปกติ น้ำมะพร้าวไม่ได้ล้างไขให้น้อยลงแต่อย่างใด 

น้ำมะพร้าวมีส่วนประกอบที่ทำให้ไขมีสีอ่อนลงก็จริง แต่ไม่มีผลต่อสีผิวของทารกในครรภ์ การที่ลูกน้อยจะมีสีผิวขาว คล้ำ หรือชมพูนั้นขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์จากพ่อแม่ล้วนๆ

ดื่มน้ำมะพร้าวแล้วแท้งลูก จริงหรือ?

ดื่มน้ำมะพร้าวแล้วแท้งลูก จริงหรือ?
โบราณเชื่อว่า ดื่มน้ำมะพร้าวมากๆจะทำให้แท้งลูก  ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย เพราะน้ำมะพร้าวประกอบด้วย ส่วนผสมหลักๆ  4  อย่างคือ น้ำ กรดไขมัน น้ำตาลจากธรรมชาติ และฮอร์โมนเอสโตเจน(estrogen)  
โดยกรดไขมันนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวและไม่อิ่มตัว 

ส่วนน้ำตาลก็ให้ความหวานและพลังงานแก่ร่างกาย 

ส่วน ฮอร์โมนเอสโตรเจนนั้น เป็นฮอร์โมนก็จริงแต่มีปริมาณน้อยนิดจนไม่สามารถทำอันตรายให้เกิดการแท้งได้  

ดังนั้นความเชื่อที่ว่า กินน้ำมะพร้าวแล้วทำให้แท้งลูกจึงไม่เป็นความจริง

ดื่มน้ำมะพร้าวล้างไข ล้างได้จริงหรือ?

ดื่มน้ำมะพร้าวล้างไข ล้างได้จริงหรือ?
เรามักได้ยินได้ฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับความเชื่อของคนโบร่ำโบราณมาว่า  ถ้าให้คนท้องดื่มน้ำมะพร้าวจะช่วยล้างไขให้ลูกน้อยได้ โดยคนโบราณมีความเชื่อว่า ถ้าให้หญิงตั้งครรภ์ดื่มน้ำมะพร้าวทุกวัน จะช่วยให้ลูกน้อยคลอดออกมาเนื้อตัวสะอาดสะอ้านปราศจากไข 

แต่จริงๆแล้วก็ไม่เกี่ยวกันเลย ไขที่มากับตัวเด็กตอนคลอด เป็นสิ่งที่จะต้องมีตามธรรมชาติอยู่แล้ว ส่วนประกอบของน้ำมะพร้าวก็ไม่มีสิ่งใดที่จะช่วยกำจัดไขไปได้ เลย หากหญิงตั้งครรภ์ดื่มน้ำมะพร้าว คงช่วยเพียงให้ความหวานและให้ความสดชื่น ก็เท่านั้นเอง

กินเบียร์ล้างไข เรื่องเข้าใจผิดที่ทำร้ายลูกน้อย?

กินเบียร์ล้างไข เรื่องเข้าใจผิดที่ทำร้ายลูกน้อย?
มีคุณแม่บางท่านมีความเชื่อว่า กินเบียร์ขณะตั้งครรภ์ จะช่วยล้างไขเด็กได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง  เบียร์ เป็นอันตรายกับเด็กมากกว่าเป็นประโยชน์ เพราะ เบียร์ มีฤทธิ์กดประสาท  จึงออกฤทธิ์กดสมองลูกน้อยในครรภ์  จึงห้ามกินเด็ดขาด เด็กคลอดออกมาเป็นเด็กง่วงซึม หลับตลอด เหมือนคนเมา และอาจติดเบียร์ โดยเด็กจะมีอาการเป็นเด็กหงุดหงิด และมีอาการเหมือนคนติดเหล้า ดังนั้นคุณแม่ที่ตั้งครรภ์จึงไม่ควรกินเบียร์เพื่อล้างไขอีกต่อไป

ไขคืออะไร?

ไขคืออะไร?
ไขที่เคลือบตัวทารกแรกเกิดคืออะไร และจำเป็นต้องมีหรือไม่ คำตอบก็คือทารกเมื่อแรกเกิดต้องมีไขกันทุกคน เป็นเรื่องปกติ ทารกแรกเกิดทุกคนย่อมมี “ไข” เคลือบผิว ไขไม่ใช่สิ่งเลวร้าย ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกำจัด การที่เด็กลอยในน้ำคร่ำ 9 เดือน โดยผิวไม่เปื่อยไม่ยุ่ย ก็เพราะมีไขเคลือบผิวไว้ ดังนั้น เราจะกำจัดไขไปเพื่ออะไร ไขช่วยหล่อลื่นให้คลอดง่าย ช่วยให้เด็กเคลื่อนลงตามช่องทางคลอดได้ง่าย ไขจึงเป็นของดี ไม่ใช่ของเสีย จึงไม่จำเป็นต้องกำจัดไข เมื่อคลอดออกมาพยาบาลก็เป็นผู้ทำความสะอาดเด็ก เช็ดไขออกให้จนหมดเกลี้ยง จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องกำจัดไข ไม่ว่าจะด้วยวิธีกินน้ำมะพร้าว กินเบียร์หรือวิธีอื่นใด

7 วิธีรับมืออาการแพ้ท้องให้อยู่หมัด




7 วิธีรับมืออาการแพ้ท้องให้อยู่หมัด
เมื่อตั้งครรภ์อ่อนๆ คุณแม่ก็เริ่มไม่สุขสบายกับอาการแพ้ท้อง จนอาจจะมีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ดังนั้นเรามาเตรียมรับมืออาการแพ้ท้องให้อยู่หมัดกันไปเลย เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งส่งคุณแม่เข้านอนกันเลยทีเดียว

1 ตื่นนอนใหม่ๆให้นอนลืมตาสักพัก จึงค่อยๆลุกนั่งสักครู่ แล้วค่อยลุกขึ้นยืน เพื่อป้องกันอาการเวียนศีรษะ แล้วจะส่งผลให้คุณแม่ไปทำงานไม่ไหว
2 ตอนเช้าจิบเครื่องดื่มอุ่นๆ เช่นน้ำขิง น้ำมะนาว  น้ำสมุนไพรกลิ่นที่คุณแม่ชื่นชอบ  พร้อมขนมปังกรอบๆจะช่วยให้สบายท้อง ลดอาการคลื่นไส้อาเจียน
3 อาบน้ำ แปรงฟัน สระผม ให้หลีกเลี่ยงสบู่ ยาสีฟัน แชมพู แป้ง หรือเครื่องสำอางที่มีกลิ่นรบกวน เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสมุนไพร จะช่วยให้คุณแม่สบายกายสบายใจมากขึ้น
4 ทานอาหารน้อยๆแต่บ่อยๆครั้ง โดยแบ่งเป็นมื้อเล็กๆ  ประมาณ 4 - 6 มื้อ  หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เพราะจะทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร และจะส่งผลให้คุณแม่แสบร้อนยอดอก หรือ คลื่นไส้อาเจียนได้
5 งีบสักหน่อยตอนบ่ายๆ การงีบประมาณ ครึ่งชั่วโมงตอนบ่ายๆจะช่วยให้คุณแม่สดชื่น และลดอาการอ่อนเพลีย สามารถสู้กับงานช่วงบ่ายได้
6 ก่อนนอนไม่ควรท้องว่าง ให้จิบนม หรือ เครื่องดื่มอุ่นๆที่ชอบกับขนมปังกรอบ จะช่วยให้อุ่นท้องหลับสบาย
7 นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง ไม่ควรนอนดึก
เพียงเท่านี้คุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้อง ก็จะสุขสบายขึ้นมาก อาการแพ้ท้องจะอยู่กับคุณแม่ประมาณ 4 เดือน จากนั้นอาการแพ้ท้องนี้ก็จะหายไปเป็นปลิดทิ้ง